Logo e-comBot

เตือนต้องขออนุญาตก่อนโฆษณาผ่านเว็บไซต์


ยุคอี-คอมเมอร์สบูม อย.เตือน…โฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ ผ่านทางเว็บไซต์ ต้องขออนุญาตก่อน มิฉะนั้น จะมีความผิดตามกฎหมาย พร้อมฝากถึงผู้บริโภคให้ระวังการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านทางเว็บไซต์ต่าง ๆ เพราะหากโฆษณานั้นไม่ผ่าน อย. อาจเป็นข้อมูลที่ผิด ทำให้ได้รับอันตรายจากการบริโภคได้

น.พ.ณรงค์ ฉายากุล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และขยายขอบเขตกว้างขวางทั่วโลก ทำให้เกิดกิจกรรมการค้าอิเล็คทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมอร์ส (E-commerse) ผ่านทางอินเทอร์เน็ตขึ้น และเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบว่า ในเดือนสิงหาคม 2542 มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านทางอินเทอร์เน็ตมากมาย แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ยา 437 รายการ อาหาร 92 รายการ เครื่องสำอาง 50 รายการ และเครื่องมือแพทย์ 16 รายการ ซึ่งโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร ยา และเครื่องมือแพทย์ทั้งหมด เป็นการโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. และบางผลิตภัณฑ์มีการโฆษณาไม่เหมาะสม เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารชนิดหนึ่ง มีการโฆษณาทางสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งไม่พบข้อความแสดงสรรพคุณ แต่มีการระบุเว็บไซต์ (Website) ในชิ้นงานโฆษณา และหากเข้าเว็บไซต์ดังกล่าวแล้ว จะพบว่ามีการระบุสรรพคุณ ในการบำบัดรักษาบรรเทาอาการของโรคต่าง ๆ มากมาย และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภค สามารถสั่งสินค้าได้ด้วย เป็นต้น ขณะนี้ อย.กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ทางกฎหมายกับผู้กระทำการฝ่าฝืน โดยล่าสุด ได้มีการปิดเว็บไซต์ในไทย และจับกุมผู้เกี่ยวข้อง ในจังหวัดเชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ที่ขายยาอันตราย และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทฯ ให้แก่คนสหรัฐอเมริกาแล้ว ทั้งนี้ จะมีการเฝ้าระวัง การโฆษณาประเภทนี้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต อย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังปัญหาต่อไป จึงขอแจ้งเตือนมายังผู้ประกอบการ ก่อนที่จะโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร ยา และเครื่องมือแพทย์ ทางสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ตจะต้องมาขออนุญาตจาก อย. ก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงทำการโฆษณาได้ มิฉะนั้น จะมีความผิดตามกฎหมาย

เลขาธิการฯ น.พ.ณรงค์ ฉายากุล กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้บริโภคควรให้ความระมัดระวัง ในเรื่องการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพบางอย่าง ผ่านทางระบบอี-คอมเมอร์ส โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ยา เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ควรใช้ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ไม่ควรเสี่ยงซื้อมาใช้เอง โดยเชื่อข้อมูลจากโฆษณา เพราะหากโฆษณานั้นไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจาก อย. อาจทำให้ผู้บริโภค ได้รับข้อมูลที่ผิด และได้รับอันตรายจากการบริโภคผลิตภัณฑ์นั้นได้

กองเผยแพร่และควบคุมการโฆษณา เดือนเมษายน ข่าวแจก85/ปีงบประมาณ 2543



การขออนุญาตโฆษณาขายยา
จะทำอย่างไร?
  • ตรวจสอบหลักฐาน
     
    -   ทะเบียนตำรับยา  :  ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาฉลาก และเอกสารกำกับยาที่มีข้อความ/ ภาพตรงกับที่รับอนุญาต
    -   ประเภทของยา  :  ถ้าเป็นยาอันตราย/ ยาควบคุมพิเศษ โฆษณาได้เฉพาะสื่อ ที่กระทำโดยตรง ต่อผู้ประกอบโรคศิลปะ (แพทย์, เภสัชกรฯ)
    -   ผู้ขออนุญาตโฆษณา  :  นิติบุคคล มีหนังสือมอบอำนาจให้ บุคคลทำการขอโฆษณา /ยื่นเรื่อง/แก้ไข/รับเรื่องคืน บุคคลธรรมดา ไม่มาดำเนินการเอง ก็ต้องทำหนังสือมอบอำนาจ
  • วางแผนเรื่อง แนวคิด จุดขาย ตารางเวลาดำเนินการ ฯลฯ
  • ยื่นคำขอโฆษณาตามระเบียบ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตึก 4 ชั้น 2 กองควบคุมยา กลุ่มงานโฆษณา
     
    -   สื่อทั่วไป ใช้เวลาประมาณ 10-15 วันทำการ
    -   สื่อโดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะ ใช้เวลาประมาณ 30 วันทำการ
  • รับใบอนุญาต+ข้อความโฆษณา ที่ได้รับอนุญาต หรือรับหนังสือตอบ กรณีไม่อนุญาต
  • ผลิตสื่อโฆษณา ภาพและข้อความ ตรงตามที่ได้รับอนุญาต และปฏิบัติให้ตรงตามเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ (หากภาพ/ข้อความผิดเพี้ยน จากที่อนุญาต ถือว่าข้อความโฆษณานั้น ไม่ได้รับอนุญาตทั้งหมด)
  • ออกเผยแพร่ได้ตามสื่อที่อนุญาต โดยปฏิบัติตามระเบียบ ของสื่อโฆษณานั้น ฯ
    ใบอนุญาตมีกำหนดอายุการอนุญาต คือ
     
    -   สื่อทั่วไป ภายใน 2 ปี นับจากวันอนุญาต
    -   สื่อโดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะ ภายใน 3 ปี นับจากวันอนุญาต
     
    หลักฐาน/เอกสารขออนุญาตโฆษณายา
    1.   แบบคำขอโฆษณา
      กรอกข้อความให้สมบูรณ์
    เลือกประเภทของสื่อเพียง 1 แบบคือ
      -   สื่อต่อประชาชนทั่วไป หรือ
      -   สื่อโดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะ หรือ
      -   สื่ออื่น ๆ เช่นนิทรรศการ,จัดประชุม ฯลฯ
    2.   ข้อความโฆษณา
      -   ภาพร่างพร้อมข้อความ กรณีสื่อสิ่งพิมพ์
      -   สคริปต์ กรณีสื่อที่มีแต่เสียง เช่น วิทยุ
      -   ภาพพร้อมคำบรรยายและเสียง กรณีสื่อที่มีทั้งภาพ และเสียง เช่น โทรทัศน์
    3.   สำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา
    4.   สำเนาฉลาก,เอกสารกำกับยา
    5.   เอกสารอ้างอิง เช่น คำขอโฆษณาเดิม ที่เคยได้รับอนุญาต, เอกสารวิชาการ ฯลฯ
    6.   สำเนาเอกสาร เกี่ยวกับผู้ขออนุญาต เช่น หนังสือมอบอำนาจ, บัตรประจำตัว ฯลฯ
     
        พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม


    การโฆษณาขายยาจะต้อง
    1.   ไม่เป็นการโอ้อวดสรรพคุณยา หรือวัตถุที่เป็นส่วนประกอบของยา ว่าสามารถ บำบัด บรรเทา รักษาฯ ได้อย่างศักดิ์สิทธิ์ หรือหายขาด
    2.   ไม่แสดงสรรพคุณยาเป็นเท็จ หรือเกินจริง
    3.   ไม่ทำให้เข้าใจว่าวัตถุใด เป็นตัวยา หรือเป็นส่วนประกอบของยา ซึ่งความจริงไม่มี หรือมีแต่ไม่เท่าที่ทำให้เข้าใจ
    4.   ไม่ทำให้เข้าใจว่า เป็นยาทำให้แท้งลูก หรือขับระดูอย่างแรง
    5.   ไม่ทำให้เข้าใจว่า เป็นยาบำรุงกาม หรือยาคุมกำเนิด
    6.   ไม่แสดงสรรพคุณยาอันตราย หรือยาควบคุมพิเศษ
    7.   ไม่มีการรับรองหรือยกย่องสรรพคุณยา โดยบุคคลอื่น
    8.   ไม่แสดงสรรพคุณยา ว่าสามารถบำบัดบรรเทา รักษาโรคที่รัฐมนตรีประกาศฯ (โรคเบาหวาน มะเร็ง อัมพาต วัณโรค โรคเรื้อน โรคเกี่ยวกับสมอง หัวใจ ปอด ตับ ม้าม ไต)
    9.   ไม่โฆษณาโดยไม่สุภาพ หรือโดยการร้องรำทำเพลง หรือการแสดงอาการทุกข์ทรมาน ของผู้ป่วย
    10.   ไม่โฆษณาขายยา โดยวิธีแถมพก หรือออกสลากรางวัล




    รายการเอกสารประกอบการขออนุญาตโฆษณายา
    1.   แบบฟอร์มคำขออนุญาตโฆษณายา ที่กรอกข้อความ และลงนามผู้ยื่นขออนุญาตที่สมบูรณ์
     
    กรณีที่ประเภทของสื่อแตกต่างกันให้แยกคำขอ :-
     
         สื่อที่มีแต่ ภาพและตัวอักษร เช่น สิ่งพิมพ์ แผ่นป้าย ขอรวมกันได้
     
         สื่อที่มีแต่เสียง เช่น วิทยุ จะขอรวมกับสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีเฉพาะข้อความไม่มีรูปภาพได้
     
         สื่อที่มีทั้งภาพและเสียง เช่น โทรทัศน์ ให้แยกคำขอจากสื่ออื่น ฯ
    2.   ข้อความโฆษณา ได้แก่
     
    กรณีสื่อสิ่งพิมพ์, แผ่นป้าย ให้แสดงภาพร่างในลักษณะที่แสดงภาพและอักษร เหมือนที่จะใช้โฆษณาจริง
     
    กรณีสื่อที่มีแต่เสียงเช่น วิทยุ ให้แสดงสคริปต์ที่มีคำบรรยายเสียงประกอบและคำพูด
     
    กรณีสื่อที่มีทั้งภาพและเสียง เช่น โทรทัศน์ ให้แสดงสตอรี่บอร์ดที่มี ภาพ+คำบรรยาย ภาพ เสียงประกอบและคำพูด
    3.   สำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา
    4.   สำเนาฉลากและเอกสารกำกับยา ที่มีภาพและข้อความตรงกับที่ได้รับอนุญาต ให้ขึ้นทะเบียนตำรับ ตรวจสอบและลงนามรับรองไว้
    5.   เอกสารอื่น ๆ ได้แก่
      5.1  เอกสารอ้างอิง เช่น
        -   สำเนาข้อความโฆษณาเดิม ที่เคยได้รับอนุญาต และผู้ขอฯมีความประสงค์จะใช้ สำนวนเหมือนเดิม
        -   เอกสารทางวิชาการ
        -   เอกสาร/หลักฐาน ที่จะพิสูจน์เกี่ยวกับ ระยะเวลาที่กล่าวอ้างในโฆษณา
        -   สำเนาคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยา (ทย.1) กรณีมีการกล่าวอ้างถึง ส่วนประกอบของตำรับยา และไม่มีรายละเอียด ในฉลาก/เอกสารกำกับยา
      5.2  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวผู้มอบ+ผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่ได้มาดำเนินการเอง
     
    กลุ่มงานโฆษณา กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา


     
    สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
    Food and Drug Administration

    ฝ่ายประชาสัมพันธ์
    กองเผยแพร่และควบคุมการโฆษณา
    สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
    กระทรวงสาธารณสุข
    ถนนติวานนท์ นนทบุรี 11000
    โทร. 590-7123 โทรสาร 591-8474